ประกันรถยนต์ชั้น 3 พลัส จะมีความคล้ายคลึงกับประกันรถยนต์ชั้น 1 โดยจะมีความคุ้มครอง ดังต่อไปนี้

  • ให้ความคุ้มครองทรัพย์สิน ชีวิต ร่างกายและอนามัย ของบุคคลภายนอก
  • มีความคุ้มครองรถคันเอาประกัน แต่ในวงเงินที่จำกัด เช่น 100,000-200,000 บาท โดยจะต้องเป็นอุบัติเหตุที่ชนกับรถยนต์ด้วยกันเท่านั้น
  • ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแต่รถคันเอาประกันเป็นฝ่ายผิด ผู้เอาประกันจะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาทต่อครั้งด้วย (ซึ่งบริษัทประกันภัยบางแห่งจะไม่เรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรก แต่จะไปเพิ่มราคาเบี้ยประกันภัยแทน เช่น จากเดิม 6,800 บาทเป็น 7,800 บาท)

ข้อเสียของประกันรถยนต์ชั้น 3 พลัส

เนื่องจากประกันรถยนต์ชั้น 3 พลัส  จะเน้นให้ความคุ้มครองคู่กรณีเป็นหลัก และให้ความคุ้มครองในวงเงินที่จำกัดกับรถคันเอาประกัน ทำให้หากเกิดอุบัติเหตุใหญ่รถคันเอาประกันจะได้รับเงินค่าซ่อมที่อาจจะไม่ครอบคลุม และทำให้ผู้เอาประกันต้องเสียเงินจ่ายค่าซ่อมรถส่วนต่างเองเพิ่มเข้าไปด้วย ในอีกกรณีหากคุณเผลอขับรถคันเอาประกันไปชนกับทางเท้า เสาไฟ รั่วบ้าน ชนคน ชนหมาแมว หรือถูกมิจฉาชีพปาก้อนหินใส่กระจกหน้ารถ เกิดเหตุรถคว่ำ รถสูญหาย รถไฟไหม้ คุณจะไม่ได้รับความคุ้มครองใดๆ ทั้งสิ้นจากประกันภัยรถยนต์ 3+

อีกสิ่งหนึ่งคือ หากคุณทำประกันภัยรถยนต์ 3+ และเป็นฝ่ายผิดคุณจะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเป็นจำนวน 2,000 บาทต่อครั้ง เท่ากับว่าค่าเบี้ยประกันภัยที่คุณจ่ายต่อปีประมาณ 6,800 บาทนั้นไม่ใช่ราคาที่แท้จริง แต่จะต้องบวกเพิ่มไปอีก 2,000 บาทต่อการเกิดอุบัติเหตุหนึ่งครั้ง หากในปีนั้นคุณเกิดอุบัติเหตุที่คุณเป็นฝ่ายผิดสามครั้ง นั่นเท่ากับว่าค่าเบี้ยประกันภัยจะอยู่ที่ 6,800 + 6,000 = 12,800 บาท ซึ่งอาจจะเทียบเท่ากับค่าเบี้ยประกันชั้น 1 เลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่าแม้ประกันภัยรถยนต์ 3+  จะมีราคาที่ถูกกว่าแต่ก็มีเรื่องยิบย่อยที่อาจจะทำให้คุณเสียเงินเพิ่ม ซึ่งบางทีอาจจะมากกว่าการซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่มีความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากกว่าเสียด้วยซ้ำดังนั้น หากเลือกได้ควรทำประกันรถยนต์ชั้น 1 เอาไว้จะดีที่สุดนะคะ 

Tagged :

Dylan Snyder